Categories
BLOG

Sweet XO ร้านดังย่านฮาราจูกุกับไอเดียแปลก แหวกแนว ซอฟท์ครีมบน “กล้วย”

วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปอัปเดตเมนูขนมหวานที่มาพร้อมกับไอเดียแปลก แหวกแนว และกำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นญี่ปุ่นในย่านฮาราจูกุกันค่ะ!

“Sweet XO Good Grief” เป็นร้านขนมหวานสไตล์ Sweets Select Shop (Select Shop เป็นภาษาอังกฤษที่คิดขึ้นใหม่โดยชาวญี่ปุ่น หมายถึง ร้านค้าปลีกที่จำหน่ายสินค้าจากหลาย ๆ แบรนด์) จากแคลิฟอร์เนียที่มาเปิดสาขาในประเทศญี่ปุ่น และกำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นในย่านฮาราจูกุอย่างมาก ร้านตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางถนนทาเคชิตะ ห่างจากสถานีรถไฟฮาราจูกุเพียงเดินเท้าแค่ 3 นาทีเท่านั้น จุดเด่นของร้านอยู่ที่เมนูขนมหวานและเครื่องดื่มที่เน้นสีสันสดใสและไอเดียแปลก แหวกแนว รวมถึงการตกแต่งร้านที่เน้นสีสันสะดุดตาไม่แพ้เมนูขนม ทำให้เหล่าวัยรุ่นญี่ปุ่นนิยมมาถ่ายรูปบรรยากาศของร้านคู่กับเมนูขนมหวานสุดจี๊ด

เคมีที่เข้ากันอย่างลงตัวของ “ซอฟท์ครีม” และ “กล้วย”

ล่าสุด ร้าน Sweet XO ก็ได้เปิดตัวเมนูใหม่ “ซอฟท์ครีมรสกล้วย” ราคา 600 เยน ที่จะกลายเป็นไอเทม Photogenic ชิ้นใหม่ของเหล่าวัยรุ่นญี่ปุ่น ความพิเศษที่ทำให้ซอฟท์ครีมรสกล้วยของร้าน Sweet XO แตกต่างจากซอฟท์ครีมธรรมดาทั่วไปก็คือ “การใช้ผลกล้วยของจริงมาเป็นโคนไอศกรีม!” ซึ่งไอเดียนี้ก็กำลังเป็นที่นิยมในฮาวายด้วยเช่นกัน

ไม่เพียงแค่แปลก แหวกแนว สะดุดตา เหมาะแก่การถ่ายภาพเก๋ ๆ ลงโซเชียลเท่านั้น แต่เมนูซอฟท์ครีมบนกล้วยยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามินซี, วิตามินเอ, ธาตุเหล็ก ฯลฯ อีกทั้งยังให้ความสดชื่น ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า ทำให้รู้สึกตื่นตัวตลอดเวลา ส่วนซอฟท์ครีมก็ทำมาจากนมฮอกไกโดชื่อดังนั่นเอง

คั่นกลางระหว่างซอฟท์ครีมและกล้วยด้วยแผ่นเครปขนาดเล็ก และล็อกแผ่นเครปกับกล้วยไม่ให้เลื่อนหลุดด้วยการเสียบขนมแบบแท่งลงในกึ่งกลางของผลกล้วย นอกจากจะช่วยป้องกันไม่ให้ซอฟท์ครีมตกจากโคนได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มรสชาติและรสสัมผัสต่าง ๆ ของซอฟท์ครีมได้อีกด้วย

หลังจากที่ทานตัวซอฟท์ครีมด้านบนหมดแล้ว คุณสามารถปอกเปลือกกล้วยทานต่อได้ โดยความเย็นของลิ้นหลังทานซอฟท์ครีมเมื่อสัมผัสกับอุณหภูมิของกล้วยนั้น จะทำให้กล้วยมีรสชาตินุ่มลิ้นและกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากเมนู ซอฟท์ครีมบนกล้วย ที่เรามาแนะนำให้เพื่อน ๆ รู้จักกันแล้ว ที่ร้าน Sweet XO ยังมีเมนูขนมหวานและเครื่องดื่มยอดนิยมที่มาพร้อมกับไอเดียแปลก แหวกแนวอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “อุนจิจจิ ซอฟท์ครีม” ไอศกรีมรูปอุนจิบนโคนโถส้วม ราคา 700 เยน, “โฮนิวบิน โซดา” เครื่องดื่มโซดาในขวดนมสำหรับเด็ก ราคา 700 เยน และ “ยูนิคอร์น โนะ นามิดะ” เครื่องดื่มที่เมื่อเขย่าแล้วจะมีประกายระยิบระยับ ราคา 700 เยน ใครที่ชื่นชอบเมนูขนมหวานและเครื่องดื่มที่มีสีสันสดใสไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง และอย่าลืมที่จะถ่ายรูปเก๋ ๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วยนะ!          สล็อตเว็บตรง

 

รายละเอียดร้าน Sweet XO Good Grief สาขาฮาราจูกุ ถนนทาเคชิตะ
ที่อยู่ : ชั้น 1F อาคาร Harajuku 77 Bldg. 1 Chome-16-1, Jingumae, Shibuya City, Tokyo 150-0001
วันหยุดประจำ : มีกำหนดไม่แน่นอน
การเดินทาง : เดินเท้า 3 นาทีจากสถานีรถไฟฮาราจูกุ สาย JR ยามาโนเตะ
เวลาทำการ : 10:00 – 20:00 น. (อาจมีการปิดทำการเร็วกว่ากำหนด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19)

Categories
BLOG

กินไม่อั้น! “Sweets Para Nyans” บุฟเฟต์ขนมหวานสวรรค์ของทาสแมว

“Sweets Para Nyans” เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคมปี 2020 เป็นโปรเจกต์ร้านบุฟเฟต์ขนมหวานที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่าง ” SWEETS PARADICE ร้านแฟรนไชส์ขนมหวานแบบบุฟเฟต์ชื่อดังของญี่ปุ่น กับ “mofusand” คาแรคเตอร์การ์ตูนต้าวแมวตากลม ตัวอ้วน ผลงานการวาดโดยนักวาดภาพประกอบ “Juno” (ぢゅの) มีการนำภาพวาดแมวในหลายอิริยาบถสุดน่ารักมาตกแต่งบรรยากาศภายในร้าน พร้อมทั้งเมนูขนมหวานที่ตกแต่งตามอิมเมจแมวเหมียวให้ทาสแมวได้ฟินไปตาม ๆ กัน และที่สำคัญ! ไม่ว่าคุณจะเข้ามาเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศ จะทานขนมหวานหลายเมนู หรือจะถ่ายรูปน่ารัก ๆ ไว้เป็นที่ระลึก ก็ทำได้แบบไม่อั้น! เพราะร้าน “Sweets Para Nyans” มาในรูปแบบบุฟเฟต์นั่นเอง!  สล็อตเว็บตรง

ทานไม่อั้นกับขนมหวานที่ได้แรงบันดาลใจจากแมวสุดน่ารัก

Russian Blue no Mago Mousse

และในปีนี้ “Sweets Para Nyans” ก็กลับมาอีกครั้งตามเสียงเรียกร้องของเหล่าทาสแมวและคนรักขนมหวาน พร้อมเผยภาพเมนูออกมายั่วน้ำลายเรียกน้ำย่อยอย่าง “Russian Blue no Mago Mousse” มูสเค้กงาดำในสีดาร์กโทนเลียนแบบสีแมวพันธุ์รัสเซียนบลู, “Nikukyu Nyanko Roll” เค้กโรลรสหอมหวานด้วยครีมที่ทำมาจากเมเปิ้ล ไซรัป ตกแต่งลวดลายด้วยรอยตีนแมวเล็ก ๆ น่ารัก

Nikukyu Nyanko Roll
Ragu-Chan no Fuwa Fuwa Chiffon

นอกจากนี้ยังมี “Ragu-Chan no Fuwa Fuwa Chiffon” ชิฟฟอนเค้กเนื้อนุ่มฟูรสวานิลลา ตกแต่งหน้าเค้กเลียนแบบแมวพันธุ์แร๊กดอลล์ (Ragdoll), “Nyanko no Kuru Kuru Merry-go-round” มูสแรร์ชีสเค้กที่ตกแต่งด้วยสีสันสดใส พร้อมกลิ่นหอมสดชื่อจากเลม่อน

Nyanko no Kuru Kuru Merry-go-round

เก็บสะสมของที่ระลึกสุดน่ารัก ภาพวาดโดย “Juno” (ぢゅの)

คุณ Juno (ぢゅの) เป็นนักวาดภาพประกอบที่มีชื่อเสียงมากในกลุ่มผู้ใช้ทวิตเตอร์และอินสตาแกรม กับผลงานภาพวาดแมวเหมียว “mofusand” ที่วาดออกมาด้วยสีสันและลายเส้นสุดน่ารัก นุ่มฟู ทำให้สินค้าที่ระลึกคอลเลคชั่นต่าง ๆ รวมทั้งสติ๊กเกอร์ไลน์บน LINE STORE ได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มวัยรุ่นญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ

นอกจากการนำภาพวาดของคุณ Juno (ぢゅの) มาตกแต่งบรรยากาศภายในร้าน “Sweets Para Nyans” ให้เต็มไปด้วยแมวเหมียวตัวอ้วนกลมแล้ว ยังมีการวางจำหน่ายสินค้าที่ระลึกของ mofusand กับขนมหวานในหลากหลายอิริยาบถสุดน่ารัก ไม่ว่าจะเป็น Clear Display Stand ภาพพิมพ์เคลือบอะคริลิกแบบตั้งโต๊ะ ขนาด 8 เซนติเมตร ราคาชิ้นละ 500 เยน, เข็มกลัด ขนาด 4.5 เซนติเมตร ราคาชิ้นละ 300 เยน และ Clear file ขนาดกระดาษ A4 แผ่นละ 300 เยน ถือเป็นสินค้าออริจินอลจากฝีมือคุณ Juno (ぢゅの) ที่คนรักแมวควรซื้อเก็บสะสมไว้อย่างยิ่ง!

 

รายละเอียด
ร้าน “Sweets Para Nyans” (スイーツパラにゃんス)
ระยะเวลาโปรโมชั่น : 15 ก.พ. 2021 – 11 พ.ค. 2021
ค่าบริการ : ผู้ใหญ่ 1,100 เยน (รวมภาษี), เด็ก 870 เยนขึ้นไป (รวมภาษี)
สถานที่ : ร้าน SWEETS PARADICE ทุกสาขา
ข้อมูลสาขาร้านเพิ่มเติมที่ sweets-paradise (ภาษาญี่ปุ่น)

Categories
BLOG

ทำความรู้จักความแตกต่างของ “เส้น” นานาชนิดในอาหารญี่ปุ่น

คราวนี้ขอเอาใจคนรักการทาน และการทำอาหารญี่ปุ่นกันอีกครั้ง เพราะเราจะพาไปทำความรู้จักกับชนิดของ “เส้น” ประเภทต่าง ๆ ในอาหารญี่ปุ่นกันนะคะ ถึงแม้ญี่ปุ่นจะมีเมนูเส้นให้เลือกทานมากมาย โดยที่เราคุ้นเคยกันดีน่าจะเป็นเมนู ราเมง, อุด้ง เป็นต้น แต่ “เส้น” ที่เราจะแนะนำกันในครั้งนี้ เป็นเส้นชนิดตากแห้ง เช่น อุด้ง, โซเมง, ฮิยามูงิ เป็นต้น ที่ชาวญี่ปุ่นมักจะมีไว้ติดบ้าน เพราะสามารถเก็บรักษาได้นาน และนำมาปรุงอาหารได้ง่ายนั่นเอง แถมยังดีสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราด้วยนะคะ เพราะเส้นเหล่านี้สามารถซื้อกลับมาเป็นของฝากจากญี่ปุ่นได้อีกด้วย เอาละเราไปดูกันเลยดีกว่าว่าเส้นแต่ละประเภทของคนญี่ปุ่นมีแบบไหน และแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

เส้นฮิยามูงิ

ขนาดที่แตกต่างกัน

Categories
BLOG

เอาปากกามาวง! โคล่าขวดกับกระป๋องรสต่างกันจริงหรือ?

เวลาดื่มโคล่าหรือนำ้อัดลม ทุกคนชอบดื่มแบบขวดหรือแบบกระป๋องมากกว่ากันคะ? ส่วนตัวแล้วชอบแบบขวดมากกว่า เพราะรู้สึกว่ามันอร่อยชื่นใจมากกว่าแบบกระป๋อง แต่ก็น่าแปลกนะคะ ทั้งๆที่ข้างในก็เป็นเครื่องดื่มสูตรเดียวกัน แต่ทำไมถึงคิดว่ารสชาติมันต่างกัน กาสะลองซ้องปีบไปอี๊ก! ในบทความนี้มีคำตอบจากทั้งฝั่งผู้ผลิตและผู้เชี่ยวชาญมาฝากค่ะ

สูตรเดียวทั่วโลก

หลังจากสอบทาง Coca-Cola Japan เกี่ยวกับสูตรที่ใช้ผลิตระหว่างโค้กแบบขวดและแบบกระป๋องได้ ได้คำตอบว่า “โค้กมีคุณภาพและใช้สูตรเดียวกันทั่วโลก ทำให้มั่นใจว่าดื่มแล้วได้รสชาติเดิมแน่นอน” ด้วยคำตอบที่ยืนยันจากผู้ผลิตแล้ว ก็ทำให้แน่ใจว่าแม้บรรจุภัณฑ์จะเปลี่ยนไป แต่สูตรที่ใช้เหมือนเดิมแน่นอน! แล้วทำไมใช้สูตรเดียวกันแต่รสชาติไม่เหมือนกันล่ะ?

สูตรเดียวกันทำไมรสไม่เหมือน?

หลังจากสอบถามทางผู้ผลิตไปแล้ว ก็ได้สัมภาษณ์คุณเรียวโกะ ชิมิสุ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำอัดลมถึงรสชาติที่แตกต่างกันไปตามบรรจุภัณฑ์ และได้คำตอบว่า “มันเกี่ยวข้องกับลักษณะของภาชนะและการรับรู้รสชาติ” เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า “สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าบรรจุภัณฑ์แบบขวดอร่อยกว่าอย่างแรกเลยคือ คุณสมบัติของแก้วที่ช่วยรักษารสชาติไม่ให้เพี้ยนไปจากเดิม และคุณสมบัติของขวดที่ช่วยรักษาความซ่าบซ่า ถ้าวัดในเรื่องการรักษาความซ่าแบบกระป๋องเองก็ดีไม่แพ้กัน แต่เมื่อเรายกดื่มโคล่าแบบกระป๋องโดยตรง ปากของเราจะสัมผัสกับโลหะและได้กลิ่นโลหะจากตัวกระป๋อง ทำให้เราอาจจะได้รสชาติเพี้ยนไป”

ขวดพลาสติกลมเข้ามากสุด

 

ไหนๆ ก็ถามเรื่องโคล่าทั้งแบบขวดและกระป๋องไปแล้ว ขอถามโคล่าแบบขวดพลาสติกหรือขวด PET ด้วยเลยแล้วกันว่ามีรสชาติต่างกันหรือไม่? คุณเรียวโกะตอบว่า “ถ้าเป็นขวดพลาสติกส่วนใหญ่อากาศจะผ่านเข้าไปได้ง่ายกว่า ทำให้พวกก๊าซที่อัดเข้าค่อยๆ รั่วออกมา ซึ่งมันส่งผลต่อรสชาติแน่นอน มีบางเคสที่เก็บนำ้อัดลมไว้ครึ่งปี แล้วปรากฏว่าปริมาณมันลดลงทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เปิดฝา แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการเก็บรักษาด้วย”      สล็อตเว็บตรง

เพิ่งรู้ค่ะว่าปัจจัยเล็กๆ น้อยๆ ก็มีผลต่อรสชาติได้ เพราะฉะนั้นจะมาเป็นโคล่าเหมือนกันไม่ได้! คอมเมนต์ชาวเน็ตบอกว่า ถ้าชอบซ่าๆ ให้เลือกแบบกระป๋อง แต่ถ้าอยากดื่มด่ำกับรสชาติโคล่าแบบเน้นๆ ให้เลือกแบบขวด แล้วทุกคนชอบดื่มแบบโคล่าแบบไหนมากกว่ากัน มาร่วมเม้ามอยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ที่เฟสบุ๊คแฟนเพจ ANNGLE นะคะ

Categories
BLOG

อร่อยฟินซูชิบุฟเฟ่ต์ที่ “Hokkaido Sushi Izakaya EZOYA” ต้นตำรับฮอกไกโดแท้ในราคามิตรภาพ!

“ซูชิ” เป็นหนึ่งในอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,000 ปี มีทฤษฎีหนึ่งที่กล่าวถึงต้นกำเนิดของซูชิไว้ว่ามาจากพื้นที่ภูเขาที่ตั้งอยู่ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยแรกเริ่มเดิมทีเป็นการนำข้าวมาหมักกับปลาและเนื้อสัตว์จนเกิดรสเปรี้ยว การทำซูชิในสมัยก่อนนั้นคือการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป วิธีการทำซูชิในญี่ปุ่นก็มีหลากหลายมากขึ้น สำหรับซูชิในสมัยเอโดะที่ว่ากันว่าใกล้เคียงกับซูชิในปัจจุบันมากที่สุดนั้น เห็นจะเป็น “นิกิริซูชิ” ที่เป็นการนำข้าวมาผสมกับน้ำส้มสายชู แล้วปั้นเป็นก้อนรูปทรงรี ด้านบนข้าวจะวางกุ้ง เนื้อปลา ไข่หวานหรืออื่นๆ ซึ่งซูชิประเภทนี้จะเป็นประเภทที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุด เพราะเห็นได้บ่อยตามร้านซูชิทั่วไป

“ถนนสายซูชิ” แลนด์มาร์กฮอกไกโดที่คนรักซูชิต้องไม่พลาด!

แน่นอนว่าที่ฮอกไกโด “ซูชิ” ก็เป็นเมนูที่นิยมไม่แพ้ภูมิภาคอื่นๆ ในญี่ปุ่น เพราะอุดมไปด้วยอาหารทะเลสด และที่เมือง “โอตารุ” เมืองท่าเล็กๆ ในกิ่งจังหวัดชิริเบะชิของฮอกไกโดนั้นก็ไม่ได้มีดีแค่คลองโอตารุที่หลายๆ คนรู้จัก แต่ยังมีชื่อเสียงในฐานะเมืองซูชิอีกด้วย ร้านซูชิที่มีชื่อเสียงหลายแห่งตั้งเรียงรายอยู่สองฟากฝั่งถนนที่มีชื่อว่า “ถนนสายซูชิ” ซึ่งแต่ละร้านต่างขับเคี่ยวฝึกฝนฝีมือการทำซูชิอย่างแข็งขันเพื่อให้ลูกค้าที่มาทานซูชิได้ฟินประทับใจ หากใครไปเที่ยวที่โอตารุแล้วไม่ได้ไปแวะชิมซูชิที่ถนนสายนี้ เรียกว่ายังไปไม่ถึงโอตารุแน่

เมนูซูชิบุฟเฟ่ต์แบบจุกๆ พร้อมเสิร์ฟที่ “Hokkaido Sushi Izakaya EZOYA”

แต่ถ้าใครที่ยังคงเศร้าเพราะเดินทางไปญี่ปุ่นไม่ได้ในช่วงที่โควิด-19 ยังระบาดอยู่แบบนี้ อย่าได้เป็นกังวลไป เพราะถ้าพูดถึงร้านซูชิในตัวเมืองกรุงเทพแล้ว แน่นอนว่าคงมีมากมายจนนับนิ้วกันไม่ถูกเลยทีเดียว แต่ถ้าจะให้บอกว่าร้านไหนให้ความรู้สึกเหมือนได้ไปทานซูชิฮอกไกโดแบบต้นตำรับจริงๆ แล้วละก็ หนึ่งในนั้นก็คือร้าน “Hokkaido Sushi Izakaya EZOYA” ที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 30 นี่เอง สำหรับเมนูเด็ดสุดของร้านนี้ที่จะพลาดแนะนำไม่ได้เลยก็คือ “ซูชิบุฟเฟ่ต์” ที่หน้าซูชิแต่ละอย่างช่างน่าทานไปเสียหมด ราวกับยกซูชิสดๆ ในถนนซูชิมาวางขายในร้านเลย

“ซูชิบุฟเฟ่ต์” เมนูแนะนำของร้าน EZOYA จะมาในราคา 800 บาทต่อคน (เด็กอายุ 6 ขวบถึง 11 ขวบ ราคา 400 บาท ต่ำกว่า 5 ขวบ ทานฟรี!) ซึ่งถือว่าเป็นราคามิตรภาพที่คุ้มค่ามากๆ กับการได้ทานซูชิคำโตๆ วัตถุดิบสดใหม่ส่งตรงจากฮอกไกโดแบบนี้ มีซูชิให้เลือกมากถึง 23 หน้า ทั้งทูน่า แซลมอน หอยเชลล์ ไข่หวานและไข่ปลาซาบะ เป็นต้น นอกจากซูชิแล้ว ยังมีเมนูอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ปลาซัมมะห่อข้าว ซาซิมิ เกี๊ยวซ่า และอาหารจานเดียวอย่างสเต็กเนื้อ ทำให้เป็นร้านอาหารที่ทั้งเด็กหรือผู้ใหญ่สามารถเพลิดเพลินกับอาหารต้นตำรับแท้จากฮอกไกโดได้

เมนูบุฟเฟ่ต์จะจำกัดแค่ 20 ท่านต่อวันและสูงสุดแค่ 10 ท่านต่อหนึ่งกลุ่มเท่านั้น โดยสามารถนั่งทานได้ 90 นาที ใครที่อยากไปสัมผัสบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ จากที่นี่ละก็ ต้องจองโต๊ะล่วงหน้าไว้ด้วยน้า!

การตกแต่งในร้าน EZOYA มีกลิ่นอายและบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ไปนั่งทานที่ญี่ปุ่นเป๊ะ โต๊ะมีทั้งแบบเคาน์เตอร์และแบบโต๊ะยาวอยู่ที่ชั้นหนึ่ง หากใครอยากนั่งทานในห้องส่วนตัว ทางร้านก็มีบริการที่ชั้นสอง ดังนั้นไม่ว่าจะไปทานข้าวกับครอบครัวใหญ่ ไปสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้า พาลูกค้าไปนั่งทานอาหารพร้อมเจรจาเรื่องธุรกิจ ไปทานกับคู่รัก หรือจะไปนั่งทานคนเดียวชิลๆ ก็ได้หมด ยิ่งถ้าใครไม่เคยไปนั่งทานที่ร้านคนเดียวแล้วละก็ ถ้าได้ไปนั่งทานที่นี่รับรองว่าจะต้องประทับใจจนมาซ้ำอีกแน่นอน

 

เป็นยังไงกันบ้าง? แค่เห็นซูชิในเมนู ท้องมันก็ร้องขึ้นมาแล้วใช่ไหม เพราะฉะนั้นขอรับรองเลยว่าสาวกซูชิที่ได้มาทานที่นี่ต้องได้ฟินกลับไปแน่นอน ใครอยากรู้ว่าฟินขนาดไหน ต้องแวะมาลองที่ Hokkaido Sushi Izakaya EZOYA นะ!!    สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

ข้อมูลร้าน Hokkaido Sushi Izakaya EZOYA
พิกัด: 720/19-20 ถนนสุขุมวิท (ระหว่างซอย 28-30) เขตคลองเตย
เบอร์ติดต่อ: 02-258-6635
Facebook: ezoya.bangkok
IG: @ezoya_bangkok
LINE: lin.ee/fxoNS72
เวลาให้บริการ: (จันทร์-ศุกร์) 16:00-23:00, (เสาร์) 12:00-23:00, (อาทิตย์) 12:00-22:00

Categories
BLOG

ไม่ไปไม่ได้แล้ว!! 27 ที่เที่ยวในโอกินาว่าที่ได้ Michelin Star [ตอนที่ 1]

โอกินาว่าเป็นจังหวัดที่สวยงาม มีเสน่ห์ และเปี่ยมด้วยวัฒนธรรมมากมาย ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับ Michelin Star และได้เข้าไปอยู่ใน Michelin Green Guide หนังสือเที่ยวญี่ปุ่นของมิชลินรวมทั้งหมด 27 แห่งด้วยกัน วันนี้ ANNGLE ก็เลยจะมาแนะนำที่เที่ยวทั้ง 27 แห่งของโอกินาว่าที่ได้ดาวจากมิชลินให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกันค่ะ

แต่ก่อนอื่น สำหรับใครที่สงสัยว่า Michelin Green Guide คืออะไร และมีเกณฑ์การคัดเลือกยังไงบ้าง เรามาทำความรู้จักกับไกด์บุ๊คนี้กันสักนิดดีกว่า

Michelin Green Guide คืออะไร?

Michelin Green Guide คือหนังสือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่จัดทำโดยบริษัทมิชลิน ผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ของโลก นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจรวมถึงเสน่ห์ของสถานที่ต่าง ๆ จากทั่วโลก เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความเข้าใจ แล้วก็สนุกกับการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยแบ่งระดับออกเป็น 3 ดาว  ได้แก่    สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

☆☆☆ ควรค่าแก่การไปเยือนอย่างยิ่ง

☆☆ คุ้มค่าที่จะแวะไปเที่ยว

☆ น่าสนใจอย่างมาก

เกณฑ์การคัดเลือกสถานที่ที่จะได้ Michelin Star มีดังต่อไปนี้

  1. ความประทับใจแรกของนักท่องเที่ยวเมื่อได้ไปเยือนสถานที่นั้น
  2. ชื่อเสียงของสถานที่นั้น
  3. ความเฟื่องฟูของวัฒนธรรม, สามารถไปพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่ม
  4. เป็นมรดกโลกของยูเนสโก้หรือคู่ควร
  5. มีศิลปะหรือชิ้นงานศิลปะเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์
  6. มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม
  7. เสน่ห์และความกลมกลืนของสถานที่นั้นโดยไม่ผ่านการปรุงแต่ง
  8. ความสะดวกสบายในการไปเที่ยว (สิ่งอำนวยความสะดวก, การเดินทาง, การบริหารจัดการ เป็นต้น)
  9. ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยว

สำหรับประเทศญี่ปุ่น ได้มีการจัดทำ Michelin Green Guide Japon ขึ้นในปี 2009 ซึ่งในบรรดาที่เที่ยวทั้ง 27 แห่งของโอกินาว่านี้ หนึ่งในนั้นมีสถานที่ที่ได้ 3 ดาวจากมิชลินด้วยค่ะ สำหรับตอนที่ 1 จะขอแนะนำ 9 ที่แรกก่อน จะเป็นที่ไหนบ้าง มาดูไปพร้อมกันเลยค่ะ

☆ 1 ดาว

1. ชายหาดไกจิ (เกาะทาเคโนมิ) (カイジ浜 (竹富島))

ชายหาดไกจิที่เกาะทาเคโนมิมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โฮชิสึนะ (ชายหาดดวงดาว) เพราะว่าที่นี่มีเม็ดทรายรูปดาวน่ารัก ๆ อยู่เต็มไปหมดเลยนั่นเอง แต่น่าเสียดายที่ลงไปว่ายน้ำไม่ได้ค่ะ

2. ชายหาดโฮชิสึนะ (เกาะอิริโอโมเตะ) (星砂の浜 (西表島))

ชายหาดโฮชิสึนะที่เกาะอิริโอโมเตะได้ชื่อนี้มาจากรูปร่างของเม็ดทรายบนหาดที่เหมือนกับดาวเช่นเดียวกับหาดไกจิ ทะเลที่นี่ก็สวยมาก ๆ จะลงไปแช่ตัวในทะเลหรือเดินหาทรายรูปดาวก็สนุกไม่แพ้กัน

3. นาฮะ (那覇)

เมืองใหญ่ที่มีประชากรมากที่สุดของโอกินาว่า ศูนย์กลางของการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ทั้งยังเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติ และมีท่าเรือที่เชื่อมต่อเกาะเล็กเกาะน้อยของทั้งจังหวัดเข้าด้วยกัน ทำให้นาฮะเปรียบได้กับประตูทางเข้าสู่จังหวัดโอกินาว่าเลยทีเดียว

4. ถนนโคคุไซโดริ (国際通り)

ถ้าอยากซื้อของฝากในเมืองนาฮะละก็ต้องที่ถนนโคคุไซโดริเลยค่ะ ทั้งอาวาโมริ (เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำจากข้าวของโอกินาว่า) ขนมท้องถิ่น หรือสินค้าอื่น ๆ ของจังหวัด ก็หาซื้อได้ง่าย ๆ จากร้านค้าที่เรียงรายอยู่เต็มสองฝั่งถนน หรือถ้าอยากหาอะไรอร่อย ๆ กินก็ต้องที่นี่อีกเหมือนกัน

5. Emerald Beach (エメラルドビーチ)

Emerald Beach เป็นชายหาดทะเลสาบน้ำเค็มที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น มีคุณภาพน้ำในระดับ AA (ดีที่สุด) และยังได้รับเลือกโดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมให้เป็นชายหาด 1 ใน 100 ของญี่ปุ่นที่เหมาะกับการลงเล่นน้ำอีกด้วย

6. ปราสาทชูริ (首里城)

ปราสาทชูริเป็นมรดกโลกที่คงไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์ของอาณาจักรริวกิวในอดีตก่อนศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดโอกินาว่า ตัวปราสาทสีแดงสวยสดใสทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หลายคนอยากจะไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต

7. เกาะอิเอะ (伊江島)

 

เกาะอิเอะอยู่ห่างจากเกาะหลักโอกินาว่าไปประมาณ 30 นาทีหากเดินทางโดยเรือ จากใจกลางของเกาะไปทางทิศตะวันออกเล็กน้อยเป็นที่ตั้งของภูเขากุสุคุ (城山) ที่มีความสูง 172.2 เมตร เปรียบได้กับแลนด์มาร์กของเกาะที่เห็นได้แต่ไกล

8. ชายหาดโซโคจิ (เกาะอิชิงากิ) (底地ビーチ (石垣島))

ชายหาดโซโคจิตั้งอยู่ในอ่าวที่ห้อมล้อมไปด้วยภูเขาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะอิชิงากิ วันที่อากาศดีจะสามารถมองเห็นประภาคารอุกันซากิที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างชัดเจน เป็นสุดยอดหาดสวยที่สาวกชายหาดห้ามพลาด

9. ทสึโบยะ (壺屋)

ทสึโบยะจิมุนโดริ (壺屋やちむん通り) เป็นชื่อของถนนสายหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากถนนโคคุไซโดริในเมืองนาฮะ ถนนสายนี้เต็มไปด้วย ทสึโบยะยากิ (壺屋焼) หรือเครื่องปั้นดินเผาท้องถิ่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 300 ปี ปัจจุบันกลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในหมู่สาว ๆ และก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่เดินทางมาตามหาถ้วยชามสวย ๆ จากที่นี่

เป็นยังไงบ้างคะ ตรงกับที่เพื่อน ๆ คิดไว้บ้างหรือเปล่า? อีก 18 สถานที่ท่องเที่ยวที่เหลือจะตามมาเร็ว ๆ นี้ รอติดตามนะคะ

Categories
BLOG

ไปวิ่งที่โอกินาว่ากัน! รวมงานวิ่งมาราธอนตลอดปีในโอกินาว่าที่เหล่านักวิ่งต้องไป

โอกินาว่าเป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติและมีอากาศอบอุ่นตลอดปี ทำให้เป็นจังหวัดที่เหมาะกับทำกิจกรรมกลางแจ้งและเล่นกีฬาเป็นอย่างยิ่ง และถ้าพูดถึงกีฬาที่ฮิตสุด ๆ ในเวลานี้ก็คงหนีไม่พ้นการวิ่งมาราธอน! ซึ่งที่โอกินาว่าเองก็มีอิเวนต์วิ่งมาราธอนหลายงานเกือบตลอดทั้งปีเลย นักวิ่งตื่นเต้นแล้วใช่มั้ย?? ว่าแล้วเรามาดูงานวิ่งที่เป็นไฮไลท์น่าไปของโอกินาว่ากันเลย!!

โอกินาว่า มาราธอน

งานนี้ได้ชื่อว่าเป็นงานวิ่งมาราธอนที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะโอกินาว่าเลย แต่ละปีมีนักวิ่งทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติเข้าร่วมมากมาย รวมถึงนักวิ่งชาวไทยเราด้วย งานนี้จัดมา 27 ครั้งแล้ว โดยครั้งที่ 28 จะจัดขึ้นในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2020 ที่จะถึงนี้ เสียดายที่ตอนนี้สมัครไม่ทันแล้ว แต่ไม่เป็นไร รอเตรียมความพร้อมสำหรับปีถัดไปได้เลย

เส้นทางวิ่งของโอกินาว่ามาราธอนจะวิ่งผ่านเมืองเล็กเมืองน้อยต่าง ๆ รวมถึงหมู่บ้านในบริเวณใจกลางเกาะโอกินาว่า โดยงานนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ทุกคนได้สนุกกับการวิ่ง พร้อมทั้งส่งเสริมการมีสุขภาพแข็งแรงไปในตัว อีกทั้งยังเป็นงานที่มุ่งให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันระหว่างคนพื้นเมืองโอกินาว่าและคนจากต่างแดนอีกด้วย

เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียด (ภาษาอังกฤษ) ได้ที่ okinawa-marathon.com

นาฮะ มาราธอน

Naha Marathon

นาฮะ มาราธอน เป็นงานกีฬาขนาดใหญ่ที่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในอิเวนต์ตัวแทนของประเทศญี่ปุ่นไปแล้ว เริ่มจัดครั้งแรกเมื่อปี 1985 เพื่อรำลึกถึงความสัมพันธ์ครบรอบ 25 ปี ระหว่างเมืองนาฮะของโอกินาว่าและเมืองโฮโนลูลูของฮาวาย นอกจากงานวิ่งแล้ว ภายในงานยังมีพื้นที่ทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งในและต่างประเทศด้วย สำหรับงานปีนี้เป็นงานครั้งที่ 35 เพิ่งจัดไปหมาด ๆ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมานี่เอง

เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียด (ภาษาอังกฤษ) ได้ที่ naha-marathon.jp

งานวิ่งมาราธอนหลากหลายรูปแบบในโอกินาว่า

นอกจากงานวิ่งใหญ่ ๆ อย่างโอกินาว่า มาราธอน และ นาฮะ มาราธอน แล้ว ยังมีงานวิ่งมาราธอนอีกหลายงานที่จัดบนเกาะหลักของโอกินาว่าและเกาะน้อยใหญ่รอบ ๆ ที่สำคัญคือมีหลากหลายประเภทให้เหล่านักวิ่งได้เลือกอย่างอิสระ เราจะขอแบ่งประเภทงานวิ่งออกเป็น 5 ประเภทให้เพื่อน ๆ ได้เลือกดังต่อไปนี้

ประเภทที่ 1 นักวิ่งมือใหม่: มือใหม่หัดวิ่งที่ยังไม่เคยลงสนามจริงมาก่อน โอกินาว่ามีอิเวนต์น่ารัก ๆ สำหรับสายหัดวิ่งไม่น้อยเลย

Naha Marathon

  • Ishigaki Island Marathon (จัดเดือนม.ค.)
  • Nago Half Marathon (จัดเดือนม.ค.)
  • Iejima Marathon (จัดเดือนเม.ย.)
  • Kumejima Marathon (จัดเดือนต.ค.)
  • Naha Marathon (จัดเดือนธ.ค.)

ประเภทที่ 2 นักวิ่งกินลมชมวิว: ใครที่อยากวิ่งไป ชมความสวยงามของภูเขาและทะเลโอกินาว่าไปพลาง แนะนำอันนี้เลย เพราะคุณจะได้ชมวิวเกาะโอกินาว่าอย่างจุใจ แบบที่ว่าวิ่งนานแค่ไหนก็ไม่มีเบื่อ!

Marathon

  • Miyakojima 100km Wide Marathon (จัดเดือนม.ค.)
  • Ishigakijima Ocean View Trail RUN&WALK (จัดเดือนก.พ.)
  • Iheya Moonlight Marathon (จัดเดือนต.ค.)
  • Eco Island Miyakojima Marathon (จัดเดือนพ.ย.)
  • Tarama Marathon (จัดเดือนพ.ย.)

ประเภทที่ 3 นักวิ่งสายปาร์ตี้: คนรักแสงสีเสียงห้ามพลาดงานวิ่งดังต่อไปนี้เลย เพราะหลังวิ่งจบแล้วยังมี after party ให้ได้มันส์กันต่อ! น่าจะเหมาะสำหรับนักวิ่งพลังเยอะเป็นพิเศษ

Marathon

  • Miyakojima 100km Wide Marathon (จัดเดือนม.ค.)
  • Iejima Marathon (จัดเดือนเม.ย.)
  • Kumejima Marathon (จัดเดือนต.ค.)
  • Eco Island Miyakojima Marathon (จัดเดือนพ.ย.)

ประเภทที่ 4 นักวิ่งกลัวแดด: ใครกลัวแดด กลัวดำ ไม่ต้องกังวล เพราะโอกินาว่ามีงานวิ่งมาราธอนหลายงานเลยที่จัดตอนเย็น ๆ หลังพระอาทิตย์ตก แดดไม่มี อากาศก็ไม่ร้อน วิ่งสบายเลยทีนี้

 

Marathon

  • Kourijima Magic Hour RUN in Nakijin (จัดเดือนเม.ย.)
  • Iheya Moonlight Marathon (จัดเดือนต.ค.)

ประเภทที่ 5 นักวิ่งสายตะลุยธรรมชาติ: จะวิ่งในป่าหรือเลียบชายหาดก็มีหมด ถ้าอยากสัมผัสกับธรรมชาติของโอกินาว่าอย่างใกล้ชิดมากที่สุด ขอแนะนำงานวิ่งดังต่อไปนี้เลย

Marathon

  • Miyakojima 100km Wide Marathon (จัดเดือนม.ค.)
  • Ishigakijima Ocean View Trail RUN&WALK (จัดเดือนก.พ.)
  • Kunigami Trail Running (จัดเดือนธ.ค.)
  • Okinawa 100k Ultra Marathon (จัดเดือนธ.ค.)

เป็นยังไงบ้างคะ งานวิ่งเค้าเยอะมากเลยเนอะ ไม่แปลกใจเลยที่ชาวโอกินาว่าได้ชื่อว่ามีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืนมาก ๆ ที่แนะนำมานี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะ โอกินาว่ายังมีงานวิ่งอีกหลายงานเลยหละ เพื่อน ๆ นักวิ่งมาราธอนรวมถึงใครที่อยากลองวิ่งมาราธอนดูสักครั้ง รับรองว่าถ้าได้ไปลองไปวิ่งที่โอกินาว่าแล้วจะติดใจจนอยากไปซ้ำอีกอย่างแน่นอน!        UFABET เว็บตรง

ติดตามข่าวสารการท่องเที่ยวจังหวัดโอกินาว่าได้ที่นี่

Facebook Fanpage: Visit Okinawa th
Official Website: VISIT OKINAWA JAPAN

รวมรวมข้อมูลโดยกองบ.ก. ANNGLE
เรียบเรียงเนื้อหาโดย nudii
ขอบคุณภาพจาก OCVB

Categories
BLOG

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “ชิบะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

จังหวัดชิบะตั้งอยู่ติดกับเมืองหลวงกรุงโตเกียว แม้ว่าอาจจะไม่ได้อยู่ในลิสต์ท่องเที่ยวของหลาย ๆ คน แต่เชื่อเถอะค่ะว่าแทบทุกคนที่เคยไปญี่ปุ่นต้องเคยเหยียบจังหวัดนี้มาแล้วทั้งนั้น เพราะว่าที่นี่คือที่ตั้งของสนามบินนาริตะและสวนสนุกโตเกียวดิสนีย์แลนด์นั่นเอง แต่นอกจากนี้แล้วจังหวัดชิบะยังมีที่เที่ยวน่าสนใจอีกเยอะเลยนะ ถ้าพร้อมแล้วก็ตามมาดูกันเลยดีกว่า

1.โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท (Tokyo Disney Resort)

เริ่มต้นกันที่หนึ่งในไฮไลท์ห้ามพลาดเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท ศูนย์รวมความบันเทิงที่เพียบพร้อมด้วยร้านอาหาร ที่พัก และแหล่งช็อปปิ้ง ให้ทุกคนได้เลือกสนุกกับสวนสนุก 2 แห่ง 2 สไตล์ ที่โตเกียวดิสนีย์แลนด์และโตเกียวดิสนีย์ซี ที่ ๆ หลายคนรวมถึงตัวผู้เขียนเองด้วยหลงนึกว่าอยู่โตเกียวมาก่อน

โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland)

 

โตเกียวดิสนีย์แลนด์ สวนสนุกชื่อดังในธีมการ์ตูนดิสนีย์ขวัญใจของคนทุดเพศทุกวัย เพียงแค่ก้าวแรกที่เดินเข้าไปก็รู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแฟนตาซีของเหล่าตัวการ์ตูนจากดิสนีย์ ทั้งมิกกี้ มินนี่ และผองเพื่อนจากการ์ตูนเรื่องโปรดในวัยเด็ก พบกับความสนุกสนานและอิ่มเอมใจในสถานที่ที่ทำให้ความฝันของทุกคนเป็นจริงได้ที่นี่เลย

โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo DisneySea)

 

อีกหนึ่งสวนสนุกดิสนีย์ที่มาในธีมท้องทะเล แน่นอนว่ายังคงคอนเซปต์ดินแดนแห่งความฝันที่รอต้อนรับทุก ๆ คนด้วยความสุขเหลือล้น สำหรับใครที่รู้สึกว่าเครื่องเล่นที่โตเกียวดิสนีย์แลนด์เด็กเกินไป ขอแนะนำให้ลองมาที่นี่ เพราะมีเครื่องเล่นหลายเครื่องเลยล่ะที่ชวนหวาดเสียวและเร้าใจยิ่งกว่า ไม่ว่าจะเป็น Tower of Terror, Indiana Jones หรือ Journey to the Center of the Earth ที่พุ่งออกมาจากปล่องภูเขาไฟ!

รายละเอียด: tokyodisneyresort

2. มาเธอร์ฟาร์ม (Mother Farm)

 

ฟาร์มคุณแม่ที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ที่นี่นอกจากจะมีสัตว์น่ารัก ๆ แล้ว ยังมีทุ่งดอกไม้กว้างใหญ่หลากหลายพันธุ์ทั้งสี่ฤดูกาลตลอดปี ไม่ว่าจะเป็นดอกคอสมอส ซัลเวีย หรือไฮเดรนเยีย ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีโชว์ของสัตว์ต่าง ๆ เช่น ต้อนเป็ด วิ่งแข่งลูกหมู และโชว์ตัดขนแกะ เท่านั้นไม่พอยังมีกิจกรรมทำซอฟต์ครีมนมสดและเก็บผลไม้ให้ทุกคนได้สนุกและอิ่มท้องกันอย่างเต็มที่

เวลาทำการ: 9:00-17:00
ราคา: ผู้ใหญ่ 1,500 เยน เด็ก 800 เยน
การเดินทาง: ชัทเทิลบัสฟรีจากสถานี Kimitsu
เว็บไซต์: motherfarm

3. ภูเขาโนโกกิริยามะ (鋸山)

 

ภูเขาหินที่เคยเป็นที่ตั้งของเหมืองหินเก่าแก่สำหรับใช้ในการสร้างกำแพงและฐานปราสาทตั้งแต่สมัยเอโดะ ปัจจุบันเมื่อไม่มีการใช้งานแล้ว เหมืองแห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นด้วยทัศนียภาพทางธรรมชาติอันสวยงาม เพื่อน ๆ สามารถเดินทางมาที่ภูเขาหินโนโกกิริยามะได้โดยกระเช้าไฟฟ้าจากด้านล่าง ซึ่งระหว่างทางที่ขึ้นมาสามารถมองเห็นวิวของอ่าวโตเกียวและฟูเขาไฟฟูจิได้ด้วย

การเดินทาง: จากสถานี JR Hamakanaya เดินหรือนั่งแท็กซี่ไปต่อกระเช้าไฟฟ้า
เว็บไซต์: mt-nokogiri

4. วัดนิฮงจิ (日本寺)

 

วัดที่ตั้งอยู่บนภูเขาโนโกริกิยามะ ที่นี่เป็นศาสนสถานที่มีความเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยมีอายุราวพันกว่าปีแล้ว จุดเด่นที่เห็นได้ชัดถนัดตาก็คือพระพุทธรูปหินขนาดใหญ่ยักษ์หรือที่เรียกว่าไดบุทสึที่ตั้งอยู่ในวัดแห่งนี้ ซึ่งมีขนาดใหญ่มากจนสามารถมองเห็นได้จาก Google Map! นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมหินแกะสลักขนาดใหญ่บริเวณหน้าผาที่อลังการจนไม่น่าเชื่อว่าคนโบราณจะสร้างขึ้นมาได้ ทำให้วัดแห่งนี้มีเสน่ห์น่าค้นหามากทีเดียวล่ะค่ะ

5. เมืองประวัติศาสตร์ซาวาระ (佐原市)

 

เมืองประวัติศาสตร์ที่ในอดีตเคยเป็นย่านการค้าที่คึกคักและคราคร่ำไปด้วยผู้คนในสมัยเอโดะ แม้ว่าปัจจุบันพื้นที่โดยรอบจะพัฒนาไปตามยุคสมัย แต่ที่นี่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ทำให้ยังคงมีกลิ่นอายแบบสมัยก่อนอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย จนได้รับการขนานนามว่า “ลิตเติลเอโดะแห่งชิบะ” ลองมาแต่งชุดกิโมโนเดินเล่นชมเมืองเก่าหรือล่องเรือในลำน้ำแบบคนสมัยก่อนที่นี่ดูสิคะ แล้วจะรู้เลยว่าไทม์แมชชีนมีจริง

การเดินทาง: สถานี JR Sawara

6. Country Farm Tokyo German Village

 

สวนสนุกในบรรยากาศธรรมชาติที่จำลองให้เป็นหมู่บ้านชนบทของประเทศเยอรมนี ภายในมีกิจกรรมสนุก ๆ เอาใจคุณหนูมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชิงช้าสวรรค์ ลานตีกอล์ฟ สวนสัตว์ ไปจนถึงอาหารเยอรมันอร่อย ๆ เพลิดเพลินไปกับความสวยงามของทุ่งดอกไม้กว้างสุดลูกหูลูกตาในเวลากลางวัน และดื่มด่ำบรรยากาศโรแมนติกกับสีสันของไฟประดับในเวลากลางคืน รับรองว่าต้องได้ทั้งภาพสวย ๆ และความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน

เวลาทำการ: 9:30-17:00
ราคา: ผู้ใหญ่ 1,200 เยน เด็กนักเรียน 800 เยน เด็กเล็ก 600 เยน ผู้อาวุโส 65 ปีขึ้นไป 1,000 เยน
การเดินทาง: รถบัสลงที่ป้าย Country Farm Tokyo German Village
เว็บไซต์: t-doitsumura

7. คาโมงะวะซีเวิลด์ (鴨川シーワールド)

 

 

สวนน้ำที่จะปลุกความตื่นเต้นสนุกสนานในตัวของทุก ๆ คน ที่นี่เต็มไปด้วยสัตว์น้ำนานาพันธุ์ที่รอให้เราได้เข้าไปค้นหา พบกับโชว์การแสดงอันน่าตื่นตาของสัตว์น้ำแสนรู้ และเรียนรู้วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของสัตว์น้ำผ่านบรรยากาศของสภาพแวดล้อมอันหลากหลายที่จำลองมาจากของจริง นอกจากสนุกแล้วยังได้ความรู้กลับไปอีกด้วย

เวลาทำการ: 9:00-17:00
ราคา: ผู้ใหญ่ 2,800 เยน เด็ก 1,400 เยน
การเดินทาง: จากสถานี JR Ama Kamogawa ต่อชัทเทิลบัส 10 นาที
เว็บไซต์: kamogawa-seaworld

8. เส้นทางรถไฟท้องถิ่นอิสุมิ (いすみ鉄道)

 

เส้นทางรถไฟสายท้องถิ่นที่กลายมาเป็นทางรถไฟท่องเที่ยวด้วยความคลาสสิคและความสวยงามของธรรมชาติตลอดสองข้างทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระสีชมพูและดอกนาโนะฮานะสีเหลืองอร่ามต่างผลิดอกขับสีสันให้เส้นทางนี้ทวีงามสวยงามมากขึ้นไปอีก ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับแฟน ๆ เจ้ามูมิน (Moomin) น้อยต้องห้ามพลาด เพราะขบวนรถไฟนี้เป็นรถไฟเพียงหนึ่งเดียวของญี่ปุ่นที่มีมูมินและผองเพื่อนตกแต่งอยู่ตามจุดต่าง ๆ ทั่วขบวน ซึ่งสาเหตุก็เป็นเพราะเส้นทางที่ขบวนรถไฟนี้วิ่งผ่านนั้นคล้ายกับฉากที่ปรากฏในการ์ตูนมูมินนั่นเอง

เส้นทาง: จากสถานี Ohara – สถานี Kazusanakano
เว็บไซต์: isumirail

9. วัดนาริตะซังชินโชจิ (成田山新勝寺)

วัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงในจังหวัดชิบะ สร้างขึ้นในปีค.ศ. 94 เป็นหนึ่งในวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ทั้งยังมีสวนขนาดใหญ่ที่มีชื่อเรื่องดอกซากุระและดอกบ๊วยในฤดูใบไม้ผลิด้วย วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้สนามบินนานาชาตินาริตะมาก เพื่อน ๆ คนไหนขึ้นเครื่องที่นาริตะ ก่อนกลับลองเผื่อเวลาสักนิด แล้วแวะไปเที่ยววัดนาริตะซังชินโชจิดูนะ

เวลาทำการ: เปิด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง: สถานี JR Narita หรือสถานี Keisei Narita
เว็บไซต์: naritasan

10. ไร่สตรอเบอร์รี่ดราก้อนฟาร์ม (Dragon Farm)

 

จังหวัดชิบะเป็นจังหวัดหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องผลไม้และดอกไม้ แต่ที่เป็นไฮไลท์สุด ๆ จนต้องขอเอามาปิดท้ายบทความก็คือสตรอเบอร์รี่ค่ะ ที่ชิบะมีฟาร์มสตรอเบอร์รี่มากมายที่เราสามารถเก็บสตรอเบอร์รี่ทานสด ๆ จากต้นได้ หนึ่งในนั้นคือ ดราก้อนฟาร์ม ฟาร์มชื่อดังที่มีสตรอเบอร์รี่มากถึง 14 สายพันธุ์ให้เลือกชิม โดยช่วงเวลาที่สามารถลิ้มลองสตรอเบอร์รี่ได้คือช่วงเดือนมกราคมถึงต้นเดือนพฤษภาคม แต่ถ้าใครไปเดือนอื่นก็ไม่ต้องกลัว เพราะนอกจากสตรอเบอร์รี่แล้วที่นี่เค้าก็ปลูกบลูเบอร์รี่ด้วยนะ

การเดินทาง: Chiba City Monorail สถานี Chishirodai-kita เดิน 18 นาที
เว็บไซต์: dragon-farm

เห็นมั้ยคะว่าจังหวัดชิบะก็มีที่เที่ยวน่าสนใจไม่แพ้จังหวัดอื่น ๆ เลย ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวโตเกียว ลองหาวันว่าง ๆ ซักวันสองวันแวะมาเที่ยวจังหวัดชิบะดูนะคะ    สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

Categories
BLOG

บริษัทร่วมทุนของมหาวิทยาลัยกุนมะ ร่วมพัฒนาหน้ากากแผ่นใยทองแดงช่วยยับยั้งการแพร่ COVID-19

บริษัท GOOD EYE (グッドアイ) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของมหาวิทยาลัยกุนมะ ได้ร่วมกับบริษัท MEISEI Industry (明清産業) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ทองแดง พัฒนาหน้ากากแผ่นใยทองแดงที่ช่วยเร่งการหยุดการทำงานของไวรัส ซึ่งแผ่นดังกล่าวให้ผลกำจัดเชื้อไวรัสกึ่งถาวร และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เพียงแค่สวมใส่หน้ากากแผ่นใยทองแดงทับบนหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วทิ้ง ก็จะช่วยเป็นปราการด่านแรกในการป้องกันไวรัสเข้าสู่ร่างกายได้

 

เนื่องจากผลการวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการรายงานว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่มีชีวิตอยู่บนผิวทองแดงได้แค่ 4 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นเมื่อเทียบกับพื้นผิวพลาสติกหรือแสตนเลสที่มีชีวิตอยู่ได้ถึง 48-72 ชั่วโมง จึงได้เกิดเป็นแนวคิดในการพัฒนาหน้ากากแผ่นใยทองแดงนี้ขึ้นมา

 

แผ่นทองแดงที่พัฒนาขึ้นนี้ ได้มีการเคลือบโฟโตคะตะลิสต์ (photocatalyst) ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาด้วยแสง (photocatalysis process) ลงบนผิวทองแดง และเมื่อสัมผัสกับแสง จะเกิดคุณสมบัติออกซิไดซ์ที่แข็งแกร่งขึ้น ทำให้สามารถกำจัดไวรัสและแบคทีเรียได้ เบื้องต้นได้มีการทดลองใช้กับเชื้อ Escherichia coli (E. coli) หรือเชื้อโรคอุจจาระร่วง พบว่าแผ่นใยทองแดงที่พัฒนาขึ้นมีผลยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้กว่า 1,000 เท่า เมื่อเทียบกับทองแดงเพียงอย่างเดียว

ศาสตราจารย์ ฮิเดยูกิ อิตาบาชิ จากมหาวิทยาลัยกุนมะกล่าวว่า “เราต้องการที่จะเผยแพร่ข้อมูลนี้ออกไปให้เร็วที่สุด เพื่อช่วยยับยั้งการแพร่เชื้อ” นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยเองกำลังมองหาบริษัทผู้ผลิตหน้ากากหรือถุงมือ เป็นต้น ที่จะเข้าร่วมการพัฒนานี้ โดยหวังว่านี่จะเป็นอีกวีธีที่จะช่วยลดการแพร่กระจายของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้ได้เร็วขึ้น    สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

Categories
BLOG

แนะนำ 10 ศาลเจ้าสวยทั่วญี่ปุ่น คุ้มค่าแก่การไปเยือน!

ในญี่ปุ่นมีศาลเจ้าที่สวยงามมากมายหลายแห่ง หลาย ๆ คนก็มักแวะเวียนไปเที่ยวศาลเจ้าเวลาที่ไปญี่ปุ่นใช่มั้ยคะ เพราะสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่งดงามและลึกลับเหมาะกับความเป็นชินโตที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว วันนี้เราจะพาไปดู 10 ศาลเจ้าสวยทั่วญี่ปุ่นกันค่ะ รับรองว่าน่าไปทุกที่แน่นอน!

ภูมิภาคโทโฮคุ

ศาลเจ้าทาคายามะอินาริ / Takayamainari Jinja (อาโอโมริ)

 

 

เป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์แห่งแรกในจังหวัดอาโอโมริในฐานะเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ ความปลอดภัยทางทะเล และธุรกิจที่เจริญรุ่งเรือง และยังมีความเชื่อทางศาสนาในหลาย ๆ ด้าน เช่น การเกษตร การค้า อุตสาหกรรมการประมง ความปลอดภัยในบ้านเรือน การรักษาความเจ็บป่วย และการปกป้องในการเดินทาง

ศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับความสนใจจากทั้งผู้คนในท้องถิ่นและคนที่อยู่ห่างไกล จุดเด่นคือทางเดินที่ทอดยาวและเรียงรายไปด้วยเสาโทริอิซึ่งคุ้มค่าแก่การมาเยี่ยมชมมาก ๆ ศาลเจ้าตั้งอยู่ในสวนเขียวขจี มีเสาโทริอิอยู่ประมาณ 200 ต้น เป็นทิวทัศน์ที่สวยงาม หากเป็นวันที่มีผู้มาขอพรไม่มากนักก็สามารถเดินเล่นได้สบาย ๆ เสาโทริอิสีแดงสดตัดกับธรรมชาติที่เขียว ยิ่งหากเป็นฤดูใบไม้ผลิที่มีดอกซากุระผลิบานจะยิ่งงดงามมากเลยค่ะ      สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

ศาลเจ้าชิโองามะ / Shiogama Jinja (มิยางิ)

 

 

ศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับการยกย่องในฐานะเทพเจ้าแห่งการให้กำเนิด ความปลอดภัยทางทะเล และการจับปลา ตัวศาลเจ้าหันหน้าไปทางทะเลและมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ที่นี่มีดอกไม้นานาชนิด ทั้งดอกชิโองามะ ซากุระ ดอกบ๊วยสีเหลือง และ ดอกทาราโย ภายในมีศาลเจ้าเล็ก ๆ อยู่อีกมากมายหลายอาคาร นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าชิวาฮิโกะที่อยู่ใกล้เคียงกัน ระหว่างทางจากศาลเจ้าชิวาฮิโกะไปจนถึงที่จอดรถ สามารถมองเห็นทะเลที่อยู่ไกล ๆ เป็นวิวทิวทัศน์ที่แสนสบายตา ทางขึ้นเป็นบันไดยาวสูงชันที่อาจจะทำให้เหนื่อยหน่อย แต่หากได้ขึ้นไปถึงแล้วจะต้องหายเหนื่อยแน่นอน แต่ก็มีบันไดที่ไม่สูงชันอยู่ด้วยเช่นกัน หากใช้เส้นทางนั้นระหว่างทางกลับก็สามารถชมวิวเพลิน ๆ ได้เลย

ภูมิภาคคันโต

ศาลเจ้าโออาราอิ อิโซซากิ / Oarai Isosaki Jinja (อิบารากิ)

 

 

ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณแหลมโออาราอิ ถือเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่กำหนดโดยจังหวัด เป็นที่รู้จักกันมานานและได้รับความเคารพในฐานะเทพเจ้าแห่งความปลอดภัยในบ้านเรือนและการสัญจรทางทะเล ในบริเวณนี้มีแผ่นหินแกะสลักบทกวีของเคียวชิ ทากาฮามะ นักกวีชาวญี่ปุ่นในช่วงยุคโชวะ วิวทิวทัศน์จากทะเลอันแสนสวยงามโดดเด่นด้วยเสาโทริอิที่ตั้งตระหง่านอยู่บนโขดหินบริเวณชายฝั่ง เป็นแลนด์มาร์คยอดฮิตที่ผู้คนมักจะมาถ่ายรูปเป็นระลึก ในวันที่อากาศดี ภาพบรรยากาศของเสาโทริอิจะสวยงามมาก ๆ

ศาลเจ้าฮาโกเน่ / Hakone Jinja (คานางาวะ)

 

 

ศาลเจ้าแห่งนี้มีบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมเนื่องจากตั้งอยู่ริมทะเลสาบฮาโกเน่ เป็นศาลเจ้าที่สวยงามและโดดเด่นด้วยเสาโทริอิขนาดใหญ่ที่ยื่นออกไปในทะเลสาบ ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไปเยี่ยมชมและมีผู้คนมารีวิวกันบ่อย ๆ และเป็นมุมถ่ายรูปที่สวยงามมาก จากตรงนี้ยังสามารถเดินเล่นไปตามทางจนถึงสวนฮาโกเน่ได้เพียงแค่ 10 นาที

ภูมิภาคคันไซ

ศาลเจ้าคิฟุเนะ / Kifune Jinja (เกียวโต)

 

 

โคมไฟสีแดงที่เรียงรายบนบันไดดูโดดเด่นและสวยงาม มุมถ่ายรูปยอดฮิตคือมุมที่มองบันไดจากด้านล่างขึ้นไป ทำให้เห็นเสาโคมไฟสีแดงเรียงกันอย่างสวยงาม ในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะตกก็งดงามไม่แพ้กัน นอกจากนี้ ใครที่ชอบเสี่ยงดวง ทำนายดวงในอนาคต ก็สามารถไปซื้อเซียมซีเปล่า แล้วนำมาลอยน้ำ ข้อความจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจนสามารถอ่านคำทำนายได้ เขาบอกกันว่าแม่นมาก!

Tanzan Jinja (Nara)

 

 

ศาลเจ้าแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการปฏิรูปปีไทกะ เมื่อเดินขึ้นไปถึงแล้ว จะพบกับหอคอย 13 ชั้นตั้งตระหง่าน ยิ่งในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี สีแดงของใบไม้จะตัดกันอย่างสวยงาม หากมาด้วยรถส่วนตัวจะสะดวกกว่า อีกทั้งยังมีขั้นบันไดเยอะ ควรเตรียมร่างกายให้พร้อมค่ะ

ภูมิภาคจูโกคุและชิโคคุ

ศาลเจ้าโมโตโนสุมิ อินาริ / Motonosumi Inari Jinja (ยามากุจิ)

 

 

 

ท้องฟ้าสีฟ้าอ่อน ท้องทะเลสีน้ำเงินเข้ม เสาโทริอิสีแดงสด ธรรมชาติสีเขียวขจี ล้วนตัดกันจนเป็นวิวทิวทัศน์ที่แสนวิเศษ เสาโทริอิเรียงรายทอดตัวยาวลงใกล้ชายฝั่งถือเป็นจุดเด่นที่สะดุดตา แถมยังมีรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกแสนน่ารัก ไม่ว่าจะถ่ายรูปจากมุมบนสุดหรือจากมุมล่างสุดก็สวยงามไม้แพ้กัน

ศาลเจ้าทาคายะ / Takaya Jinja (คางาวะ)

 

 

ศาลเจ้านี้มีเสาโทริอิขนาดใหญ่ที่เหมาะแก่การทำเป็นกรอบรูปเวลาถ่ายภาพ ทะเลเบื้องหน้าคือทะเลเซโตะในอันกว้างไกล มองลงไปจะเห็นเมืองคานอนจิได้ทั่วทั้งเมือง ในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก จะได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมาก ส่วนในช่วงเวลากลางคืนก็มีแสงไฟส่องสว่างขึ้นมาจากเมือง

ภูมิภาคคิวชู

ศาลเจ้ามิยาจิดาเกะ / Miyajidake Jinja (ฟุกุโอกะ)

 

 

ศาลเจ้าแห่งนี้โดดเด่นมาแต่ไกลด้วยเชือกชิเมนาวะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ตามความเชื่อของลัทธิชินโตเชื่อว่าเชือกชิเมนาวะจะสามารถป้องกันภูติผีปีศาจได้ เมื่อมองย้อนลงไปจะเห็นเสาโทริอิ มุมนี้คือมุมที่ยอดเยี่ยมที่สุด ทางเดินทอดยาวไปถึงทะเลเป็นภาพที่สวยงามมาก ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชมสักครั้ง ในวันที่คนน้อยก็สามารถเดินชมภายในศาลเจ้าได้สบาย ๆ

ศาลเจ้าอุโดะ (ฟุกุโอกะ)

 

 

ศาลเจ้าลึกลับในหน้าผาสูงชันตามแนวชายฝั่งทะเล มีชื่อเสียงในเรื่องอัญมณีและการให้กำเนิดบุตร เป็นสถานที่ที่ทั้งลึกลับและสวยงามในเวลาเดียวกัน ตัวศาลเจ้าหันหน้าออกสู่ทะเล ที่แห่งนี้ผู้คนนิยมมาขว้างลูกหินให้เข้าไปในวงเชือกบนโขดหิน ว่ากันว่าหากขว้างลงในวงเชือกความปรารถนาจะเป็นจริง นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าในถ้ำให้เข้าไปสักการะกันอีกด้วย

ครบแล้วนะคะกับ 10 ศาลเจ้าทั่วญี่ปุ่น ใครที่เบื่อศาลเจ้าแบบเดิม ๆ ไปญี่ปุ่นครั้งหน้า ลองไปตามรอยกันได้เลยค่าา ^^